MENU
  • เกี่ยวกับเรา
  • วิธีการเรียน
  • แนะนำครู
  • ค่าเรียน
  • คำถามที่พบบ่อย
  • ร่วมงาน · พาร์ตเนอร์
  • รับข่าวการเปิดเรียน
にほんごで、ともだちになる。対話で学ぶオンライン日本語スクール
TOMODACHI JAPAN|ONLINE JAPANESE SCHOOL
  • เกี่ยวกับเรา
  • วิธีการเรียน
  • แนะนำครู
  • ค่าเรียน
  • คำถามที่พบบ่อย
  • ร่วมงาน · พาร์ตเนอร์
  • รับข่าวการเปิดเรียน
  • เกี่ยวกับเรา
  • วิธีการเรียน
  • แนะนำครู
  • ค่าเรียน
  • คำถามที่พบบ่อย
  • ร่วมงาน · พาร์ตเนอร์
  • รับข่าวการเปิดเรียน
TOMODACHI JAPAN|ONLINE JAPANESE SCHOOL
  • เกี่ยวกับเรา
  • วิธีการเรียน
  • แนะนำครู
  • ค่าเรียน
  • คำถามที่พบบ่อย
  • ร่วมงาน · พาร์ตเนอร์
  • รับข่าวการเปิดเรียน
  1. ホーム
  2. คู่มือผู้ปกครอง
  3. ภาษาที่ 3 เรียนอะไรดี? เทียบ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สำหรับลูก (2026)

ภาษาที่ 3 เรียนอะไรดี? เทียบ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สำหรับลูก (2026)

2026 9/23
คู่มือผู้ปกครอง วิธีเรียนภาษาญี่ปุ่น
2026年9月25日
ภาษาที่ 3 เรียนอะไรดี เทียบญี่ปุ่น จีน เกาหลี สำหรับเด็กไทย

ช่วงที่ลูกกำลังจะขึ้น ม.1 หรือกำลังเลือกแผนการเรียน ม.4 คำถามที่แทบทุกบ้านต้องเจอคือ “ภาษาที่ 3 เรียนอะไรดี” ญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี

คำตอบที่เจอบ่อยในเว็บบอร์ดคือ “เลือกที่ลูกชอบ” ซึ่งไม่ผิด แต่ไม่พอ เพราะสามภาษานี้ต่างกันที่โครงสร้าง ไม่ใช่แค่ต่างที่ความชอบ ภาษาหนึ่งอ่านออกได้ใน 2 สัปดาห์แต่ไปต่อยาก อีกภาษาหนึ่งใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะอ่านออกแต่พอผ่านจุดนั้นแล้วไปได้ไกล และแต่ละภาษาก็มี “สนามให้ใช้จริง” ในประเทศไทยไม่เท่ากัน

บทความนี้เทียบให้เห็นภาพตามข้อเท็จจริง ไม่ได้บอกว่าภาษาญี่ปุ่นดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน และมีหัวข้อหนึ่งที่บอกตรง ๆ ว่า เมื่อไหร่ไม่ควรเลือกญี่ปุ่น

แม่ชาวไทยและลูกสาววัย ม.3 นั่งคุยกันเรื่องเลือกภาษาที่ 3 และแผนการเรียนที่โต๊ะอาหารในบ้าน
目次

ทำไมการเลือกภาษาที่ 3 ถึงสำคัญกว่าที่คิด

ในระบบไทย ภาษาที่ 3 ไม่ใช่วิชาที่เปลี่ยนกลางคันได้ง่าย ถ้าลูกเลือกแผนศิลป์-ภาษาใดภาษาหนึ่งตอน ม.4 นั่นคือการเรียนภาษานั้นต่อเนื่อง 3 ปี และเป็นวิชาที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้ การเปลี่ยนใจตอน ม.5 แปลว่าเริ่มนับหนึ่งใหม่ในขณะที่เพื่อนไปไกลแล้ว

ส่วนบ้านที่เริ่มตั้งแต่ประถมหรือ ม.ต้น จะได้เปรียบตรงที่มีเวลาลองผิดลองถูก แต่ก็มีความเสี่ยงอีกแบบคือ เรียนไปหลายปีแล้วเลิกกลางทางเพราะไม่มีที่ได้ใช้ ซึ่งเป็นสาเหตุการเลิกเรียนที่พบบ่อยที่สุด ไม่ใช่เพราะภาษายาก

เพราะฉะนั้นเกณฑ์ที่ควรใช้จึงมี 3 ข้อ ไม่ใช่ข้อเดียว

  • ความเร็วที่จะ “อ่านออก” — ตัวอักษรของภาษานั้นใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะอ่านได้ด้วยตัวเอง เพราะช่วงที่ยังอ่านไม่ออกคือช่วงที่เด็กเบื่อที่สุด
  • สนามให้ใช้จริง — ในไทยมีที่ให้ใช้ภาษานั้นมากแค่ไหน ทั้งตอนเป็นเด็กและตอนหางาน
  • ลูกจะได้พูดกับใคร — ภาษาที่เรียนแล้วไม่ได้พูดกับคนจริง จะหายไปภายใน 1-2 ปีหลังหยุดเรียน
เกณฑ์ 3 ข้อในการเลือกภาษาที่ 3 ให้ลูก ความเร็วที่จะอ่านออก สนามให้ใช้จริง และลูกจะได้พูดกับใคร
เปิดเรียนธันวาคม 2026 (รุ่นนำร่อง)

กำลังมองหาวิธีให้ลูกได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นต่อจากต่างประเทศอยู่ไหม

TOMODACHI JAPAN คือ โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ สำหรับเด็กที่เติบโตนอกประเทศญี่ปุ่น ได้คุยกับเพื่อนวัยเดียวกันที่อยู่ในญี่ปุ่นทุกวัน สอนโดยครูที่สอนจริงในโรงเรียนญี่ปุ่น ในชั้นเรียนเล็กเพียง 8 คน

🎁 เมื่อลงทะเบียน เราจะส่ง คู่มือโรงเรียน (ไฟล์ PDF ภาษาอังกฤษ) ให้ทันทีโดยอัตโนมัติ พร้อมแจ้งค่าเล่าเรียน ทุนการศึกษา และกำหนดการเปิดเรียนให้คุณก่อนใคร

    ฟรี · ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที

    เทียบ 3 ภาษาแบบเห็นภาพ: ญี่ปุ่น จีน เกาหลี

    ตารางเทียบภาษาญี่ปุ่น จีน และเกาหลี สำหรับเด็กไทย ด้านตัวอักษร การออกเสียง และเวลาที่ใช้

    1. ตัวอักษร: เกาหลีเร็วที่สุด ญี่ปุ่นกลาง ๆ จีนหนักที่สุด

    เกาหลี ใช้ฮันกึลชุดเดียว เป็นตัวอักษรที่ออกแบบมาให้เรียนง่ายโดยตั้งใจ เด็กส่วนใหญ่อ่านออกเสียงได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ นี่คือข้อได้เปรียบจริงและเป็นเหตุผลที่เด็กติดใจเร็ว

    ญี่ปุ่น มี 3 ชุด คือฮิรางานะ 46 ตัว คาตาคานะ 46 ตัว และคันจิ ฮิรางานะกับคาตาคานะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนถ้าฝึกสม่ำเสมอ ส่วนคันจิเป็นงานสะสมระยะยาว โรงเรียนญี่ปุ่นเองสอนคันจิ 1,026 ตัวตลอด 6 ปีของชั้นประถม เฉลี่ยปีละไม่ถึง 200 ตัว แปลว่าไม่ได้ต้องท่องรวดเดียว

    จีน ไม่มีตัวอักษรแทนเสียงแบบฮิรางานะหรือฮันกึลเลย ต้องพึ่งพินอินไปก่อนแล้วค่อยจำตัวอักษรทีละตัว บวกกับวรรณยุกต์ 4 เสียงที่ต่างจากระบบวรรณยุกต์ไทย ช่วงแรกจึงหนักที่สุดในสามภาษา

    2. การออกเสียง: เด็กไทยได้เปรียบภาษาญี่ปุ่นโดยธรรมชาติ

    ข้อนี้คนมักมองข้าม เสียงสระในภาษาญี่ปุ่นมีแค่ 5 เสียง (อะ อิ อุ เอะ โอะ) และมีการแยกสระสั้น-สระยาวที่เปลี่ยนความหมาย ซึ่งภาษาไทยมีระบบสระสั้น-สระยาวอยู่แล้ว เด็กไทยจึงได้ยินความต่างนี้ตั้งแต่แรกโดยไม่ต้องฝึก ต่างจากเด็กที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่ามาก

    ภาษาจีนกลับกัน วรรณยุกต์จีนไม่ตรงกับวรรณยุกต์ไทย เด็กไทยมักเผลอลากเสียงตามระบบไทย ส่วนภาษาเกาหลีมีเสียงพยัญชนะสามระดับ (ธรรมดา-หนัก-พ่นลม) ที่เด็กไทยแยกยากในช่วงแรก

    3. สนามให้ใช้จริงในประเทศไทย

    ตัวเลขที่ตรวจสอบได้: จากการสำรวจการศึกษาภาษาญี่ปุ่นทั่วโลกของ The Japan Foundation ปี 2024 ประเทศไทยมีผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น 194,366 คน ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีผู้เรียนมากที่สุดของโลก และหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCC) เป็นหอการค้าญี่ปุ่นที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลกมาหลายปี

    ในทางปฏิบัติแปลว่า ทั้งสามภาษามีงานรองรับในไทยจริง แต่โครงสร้างต่างกัน งานสายญี่ปุ่นกระจุกอยู่ในภาคการผลิต ยานยนต์ นิคมอุตสาหกรรมแถบชลบุรี-ระยอง-อยุธยา และบริษัทการค้า ส่วนงานสายจีนเด่นในธุรกิจการค้า อีคอมเมิร์ซ และท่องเที่ยว งานสายเกาหลีมักผูกกับความบันเทิง ความงาม และท่องเที่ยว ซึ่งจำนวนตำแหน่งประจำน้อยกว่าสองภาษาแรก

    ตารางเทียบ: เลือกอย่างไรให้ตรงกับลูกของเรา

    หัวข้อ ญี่ปุ่น จีน เกาหลี
    เวลากว่าจะอ่านออกเอง 1-2 เดือน (ฮิรางานะ+คาตาคานะ) แล้วค่อยสะสมคันจิ นานที่สุด ต้องจำตัวอักษรทีละตัว 1-2 สัปดาห์ (ฮันกึล) เร็วที่สุด
    จุดที่เด็กไทยได้เปรียบ สระสั้น-ยาว ตรงกับระบบภาษาไทย ออกเสียงเข้าใกล้เจ้าของภาษาได้ คำศัพท์บางส่วนใกล้เคียงคำยืมในไทย เรียงประโยคคล้ายญี่ปุ่น เริ่มจากศูนย์ได้เร็ว
    จุดที่มักสะดุด คันจิ และระดับความสุภาพ วรรณยุกต์ที่ไม่ตรงกับไทย และตัวอักษร พยัญชนะสามระดับ และคำผันท้ายประโยค
    สนามงานในไทย กว้าง กระจุกในภาคผลิต ยานยนต์ และบริษัทการค้า กว้าง เด่นด้านการค้า อีคอมเมิร์ซ ท่องเที่ยว แคบกว่า เน้นบันเทิง ความงาม ท่องเที่ยว
    แรงจูงใจที่เด็กมีอยู่แล้ว อนิเมะ เกม การ์ตูน เที่ยวญี่ปุ่นกับครอบครัว ซีรีส์จีน นิยายแปล เกมมือถือ เค-ป็อป ซีรีส์เกาหลี แรงมากในช่วง ม.ต้น
    ความเสี่ยงหลัก ดูอนิเมะเยอะแต่ไม่เคยพูด จึงฟังออกแต่พูดไม่ได้ เบื่อตั้งแต่ช่วงจำตัวอักษร ก่อนจะสนุก ความสนใจหายไปพร้อมกับกระแสศิลปินที่ชอบ

    บอกตรง ๆ: เมื่อไหร่ “ไม่ควร” เลือกภาษาญี่ปุ่น

    เราสอนภาษาญี่ปุ่น แต่มีสามสถานการณ์ที่เราจะแนะนำให้เลือกภาษาอื่น

    • ลูกกำลังขึ้น ม.5 หรือ ม.6 และต้องการคะแนนภาษาที่ 3 ในเวลาไม่ถึง 1 ปี — ถ้าเป้าหมายคือคะแนนล้วน ๆ ในเวลาสั้น ฮันกึลของเกาหลีทำให้ตั้งหลักได้เร็วกว่า ส่วนญี่ปุ่นต้องใช้เวลากับคันจิ
    • ครอบครัวทำธุรกิจที่ค้าขายกับจีนอยู่แล้ว — ภาษาที่ได้ใช้ที่บ้านทุกสัปดาห์ชนะภาษาที่ต้องหาสนามใหม่เสมอ
    • ลูกไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นเลย และเราจะเป็นคนบังคับ — ภาษาที่ 3 ที่พ่อแม่เลือกให้ทั้งหมดมักจบลงกลางทาง ให้ลูกมีส่วนตัดสินใจดีกว่า

    ในทางกลับกัน ถ้าลูกดูอนิเมะอยู่แล้ว เริ่มได้ตั้งแต่ ม.ต้นหรือก่อนหน้านั้น และเราอยากให้ภาษานี้อยู่กับลูกยาว ๆ ภาษาญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกที่มีเหตุผลรองรับมากที่สุดในสามภาษา ทั้งเรื่องการออกเสียงที่เด็กไทยได้เปรียบและจำนวนงานในไทย

    นักเรียนมัธยมต้นชาวไทยในชุดนักเรียนกำลังจดบันทึกในห้องเรียนภาษา

    จุดที่การเลือกภาษาแพ้หรือชนะจริง ๆ ไม่ใช่ตอนเลือก

    เรื่องที่เห็นซ้ำ ๆ จากครอบครัวไทยคือ เด็กที่เลิกเรียนภาษาที่ 3 กลางทางแทบไม่มีใครเลิกเพราะ “เลือกภาษาผิด” แต่เลิกเพราะเรียนมาสองปีแล้วยังไม่เคยได้พูดกับใครที่ใช้ภาษานั้นจริง ๆ

    วิชาภาษาที่ 3 ในโรงเรียนไทยส่วนใหญ่เน้นไวยากรณ์ คำศัพท์ และการสอบ ซึ่งจำเป็น แต่สิ่งที่ห้องเรียน 40 คนให้ไม่ได้คือเวลาพูดของเด็กแต่ละคน ถ้าคาบหนึ่ง 50 นาทีและมีนักเรียน 40 คน เวลาพูดต่อคนเหลือหลักวินาที

    เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเลือกภาษาไหน สิ่งที่ควรวางแผนคู่กันตั้งแต่วันแรกคือ ลูกจะได้ใช้ภาษานี้กับคนจริงที่ไหน สัปดาห์ละกี่ครั้ง ไม่ใช่ “จะเรียนที่ไหน” อย่างเดียว

    ที่ TOMODACHI JAPAN เราทำตรงจุดนี้โดยเฉพาะ เป็นห้องเรียนกลุ่มเล็ก 8 คน สอนโดยครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนญี่ปุ่นจริง และเด็กได้คุยกับเพื่อนวัยเดียวกันที่อยู่ในญี่ปุ่น ไม่ใช่เรียนคนเดียวกับแอป

    สรุป

    • อยากให้ลูกเริ่มเห็นผลเร็วที่สุด และมีเวลาไม่ถึงปี → เกาหลี
    • ครอบครัวมีสนามภาษาจีนอยู่แล้ว หรือมองสายการค้า-อีคอมเมิร์ซ → จีน
    • ลูกชอบญี่ปุ่นอยู่แล้ว เริ่มได้ตั้งแต่ประถมถึง ม.ต้น และอยากได้ทั้งการออกเสียงที่ดีและงานในไทย → ญี่ปุ่น
    • ไม่ว่าเลือกภาษาไหน ให้วางที่ให้ลูกได้พูดกับคนจริง ไว้ตั้งแต่ปีแรก มิฉะนั้นจะจบเหมือนกันทุกภาษา

    คำถามที่พบบ่อย

    เรียนสองภาษาพร้อมกันได้ไหม

    ได้ แต่ไม่แนะนำในปีแรก ช่วงที่ยังอ่านตัวอักษรไม่ออกเป็นช่วงที่ต้องใช้สมาธิมากที่สุด ถ้าเรียนพร้อมกันสองภาษาที่ใช้ตัวอักษรคนละระบบ เด็กมักสับสนและช้าลงทั้งคู่ ปกติจะแนะนำให้ภาษาแรกอ่านออกเขียนได้ก่อนประมาณ 1 ปี แล้วค่อยเพิ่มภาษาที่สอง

    ลูกอยู่ ป.4-ป.6 ควรเริ่มภาษาที่ 3 เลยไหม หรือรอ ม.1

    ถ้าเริ่มได้ก่อน ม.1 จะได้เปรียบเรื่องการออกเสียงชัดเจน เพราะช่วงประถมเด็กยังเลียนเสียงได้ใกล้เจ้าของภาษามาก และไม่มีแรงกดดันเรื่องคะแนนสอบ แต่ต้องเป็นการเรียนที่สนุกพอจะไปต่อได้ ไม่ใช่การท่องศัพท์ ถ้าเลือกแบบท่องจำตั้งแต่ประถม ผลลัพธ์มักแย่กว่าการเริ่มตอน ม.1

    ภาษาญี่ปุ่นต้องถึง N ระดับไหนถึงจะใช้ทำงานได้

    สำหรับงานในไทยที่ต้องสื่อสารกับคนญี่ปุ่น มักขอ N2 ขึ้นไป ส่วน N3 ใช้ยื่นได้ในบางตำแหน่งที่เน้นงานหน้างาน แต่สำหรับเด็กที่ยังอยู่ชั้นประถมหรือ ม.ต้น ไม่จำเป็นต้องเล็ง N ระดับใดตั้งแต่ตอนนี้ สิ่งที่ควรทำคือรักษาให้ลูกยังพูดได้และยังอยากพูดอยู่ เพราะเด็กที่ไม่เลิกกลางทางคือคนที่ไปถึง N2 ได้ในที่สุด

    เลือกภาษาที่ 3 ตอน ม.4 แล้วเปลี่ยนทีหลังได้ไหม

    เปลี่ยนแผนการเรียนกลางคันขึ้นกับระเบียบของแต่ละโรงเรียน และหลายแห่งอนุญาตเฉพาะช่วงต้น ม.4 เท่านั้น ควรถามฝ่ายวิชาการของโรงเรียนให้ชัดก่อนตัดสินใจ ไม่ควรถือว่าเปลี่ยนได้เสมอ

    เป็นเพื่อนกัน ด้วยภาษาญี่ปุ่น

    รายละเอียดค่าเรียน ทุนการศึกษา และกำหนดเปิดเรียน จะจัดส่งให้ทางอีเมลสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้

    คุยกับเพื่อนวัยเดียวกันที่ญี่ปุ่นครูระดับที่สอนในโรงเรียนญี่ปุ่นจริงกลุ่มเล็ก 8 คน

    รับข้อมูลโรงเรียนทางอีเมล →ดูว่าเป็นโรงเรียนแบบไหน

    เปิดเรียนรุ่นนำร่อง ธันวาคม 2026

    อ่านเพิ่มเติม: เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นอายุเท่าไหร่ดี ・ ภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กประถม ・ ค่าเรียนภาษาญี่ปุ่นเด็ก ・ เรียนออนไลน์ที่ไหนดี

    คู่มือผู้ปกครอง วิธีเรียนภาษาญี่ปุ่น
    よかったらシェアしてね!
    • เรียนภาษาญี่ปุ่น ปทุมธานี-รังสิต 2569: มีสถาบันใกล้บ้าน แต่รับเด็กกี่ขวบ
    • ภาษาญี่ปุ่น ม.ต้น (ม.1-ม.3): โรงเรียนสอนอะไร และต้องเสริมตรงไหน

    関連記事

    • ทุนแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น ม.ปลาย 2569 เทียบ AFS Kakehashi และทุนระยะสั้น
      ทุนแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น ม.ปลาย 2569: เทียบ AFS 1 ปี (480,000 บาท) · Kakehashi ทุนเต็ม · ทุนระยะสั้น
      2026年10月4日
    • ลูกเรียนภาษาญี่ปุ่นกี่ปีถึงพูดได้ คำนวณจากชั่วโมงเรียนจริง
      ลูกเรียนภาษาญี่ปุ่นกี่ปีถึงพูดได้? คำนวณจากชั่วโมงจริง 150-300 ชม.
      2026年10月3日
    • ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ถือ 2 สัญชาติได้ไหม แจ้งเกิด 3 เดือน เลือกสัญชาติก่อน 20 ปี
      ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ถือ 2 สัญชาติได้ไหม? แจ้งเกิด 3 เดือนแรก + เลือกสัญชาติก่อน 20 ปี
      2026年10月2日
    • เรียนภาษาญี่ปุ่นมาแล้วแต่พูดไม่ได้ วิธีฝึกพูดที่บ้าน
      เรียนมาแล้วแต่พูดไม่ได้: 5 วิธีฝึกพูดภาษาญี่ปุ่นที่ทำได้ที่บ้าน
      2026年9月30日
    • ศิลป์ภาษาญี่ปุ่น ม.4 เข้าคณะอะไรได้บ้าง
      ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น ม.4 เข้าคณะอะไรได้บ้าง (และคณะที่ปิดประตูจริง)
      2026年9月27日
    • ภาษาญี่ปุ่น ม.ต้น โรงเรียนไทยสอนอะไรบ้าง
      ภาษาญี่ปุ่น ม.ต้น (ม.1-ม.3): โรงเรียนสอนอะไร และต้องเสริมตรงไหน
      2026年9月26日
    • ภาพปกบทความเปรียบเทียบทางเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กในจังหวัดปทุมธานีและย่านรังสิต
      เรียนภาษาญี่ปุ่น ปทุมธานี-รังสิต 2569: มีสถาบันใกล้บ้าน แต่รับเด็กกี่ขวบ
      2026年9月23日
    • ภาพปกบทความเปรียบเทียบทางเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กในจังหวัดสมุทรปราการ
      เรียนภาษาญี่ปุ่น สมุทรปราการ 2569: เทียบ 4 ทางเลือกสำหรับเด็ก + ราคาจริง
      2026年9月20日

    おすすめ動画

    RECOMMENDED VIDEOS

    タツロー校長 YouTube登録
    発達障害なら支援級に入れるべき?【発達障害なら支援級に入れるべき?】教育現場を知る不登校専門… やる気が出ない本当の理由【やる気が出ない本当の理由】「選択の科学」で読み解く無気力の… すべての動画を見る →
    NIJINアカデミー YouTube登録
    フリースクールを渡り歩いた先にフリースクールを渡り歩いた先に、たどり着いた場所|中3パケロ… よっちゃん先生に突撃インタビュー【神回】よっちゃん先生に突撃インタビューした結果…!【爆笑】 すべての動画を見る →

    NIJINグループのスクール・メディア

    NIJIN GROUP

    NIJINアカデミーオルタナティブスクール(小中一貫)› NIJIN GLOBAL ACADEMY脱偏差値オンライン・インター(姉妹校)› ニジ高(NIJIN高等学院)通信制高校サポート校› 放課後プロジェクトスクールオンライン探究スクール› にじいろ脱・学校の教育ガイド(教育メディア)› 授業てらす先生の授業力を磨く教員研修コミュニティ› 中学校てらす中学校の先生の学び・実践コミュニティ› 先生キャリアコーチ教員の転職・キャリアサポート› 星野起業塾教育で起業したい人のための起業塾›

    最近の投稿

    • ทุนแลกเปลี่ยนญี่ปุ่น ม.ปลาย 2569: เทียบ AFS 1 ปี (480,000 บาท) · Kakehashi ทุนเต็ม · ทุนระยะสั้น
    • ลูกเรียนภาษาญี่ปุ่นกี่ปีถึงพูดได้? คำนวณจากชั่วโมงจริง 150-300 ชม.
    • ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ถือ 2 สัญชาติได้ไหม? แจ้งเกิด 3 เดือนแรก + เลือกสัญชาติก่อน 20 ปี
    • เรียนมาแล้วแต่พูดไม่ได้: 5 วิธีฝึกพูดภาษาญี่ปุ่นที่ทำได้ที่บ้าน
    • ศิลป์-ภาษาญี่ปุ่น ม.4 เข้าคณะอะไรได้บ้าง (และคณะที่ปิดประตูจริง)

    アーカイブ

    • ตุลาคม 2026
    • กันยายน 2026
    • สิงหาคม 2026
    • กรกฎาคม 2026

    カテゴリー

    • คู่มือผู้ปกครอง
    • ชีวิตและการเลี้ยงลูก
    • วิธีเรียนภาษาญี่ปุ่น
    • อนิเมะและเกม
    • เปรียบเทียบโรงเรียน
    • เพื่อนและวัฒนธรรม
    • เกี่ยวกับเรา
    • วิธีการเรียน
    • แนะนำครู
    • ค่าเรียน
    • คำถามที่พบบ่อย
    • ร่วมงาน · พาร์ตเนอร์
    • บริษัทผู้ดำเนินการ
    • รับข่าวการเปิดเรียน
    • บทความทั้งหมด

    © TOMODACHI JAPAN|ONLINE JAPANESE SCHOOL.

    目次

    NIJINグループの事業 ── 教育から、世界を照らす。
    新しい教育の創造
    NIJINアカデミーNIJIN高等学院(ニジ高)放課後プロジェクトスクールNIJIN GLOBAL ACADEMYALL HAPPY
    既存教育の変革
    授業てらす中学校てらす先生キャリアコーチ
    育成・メディア・運営
    星野起業塾不登校ポータル にじいろタツロー校長 YouTube株式会社NIJIN
    The NIJIN Group ── lighting the world through education
    New education
    NIJIN AcademyNIJIN High SchoolAfter-school Project SchoolNIJIN GLOBAL ACADEMYALL HAPPY
    Transforming education
    Jugyou TerasuChugakkou TerasuSensei Career Coach
    People, media & company
    Hoshino Entrepreneur SchoolNijiiro mediaTatsuro's YouTubeNIJIN Inc.