คำถามแรกของพ่อแม่ที่ค้นหา “โรงเรียนญี่ปุ่นในไทย” มักไม่ใช่ค่าเทอม แต่คือ “ลูกเราสมัครได้ไหม” คำตอบมีเขียนไว้ชัดเจนในหน้าคำถามที่พบบ่อยของโรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่นเอง แต่ไม่มีบทความไหนในหน้าแรกของ Google ยกมาให้อ่าน โรงเรียนระบุว่า “เด็กที่ถือสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียว ทางโรงเรียนไม่สามารถรับเข้าเรียนได้” ส่วนเด็กสองสัญชาติสมัครได้ และยังมีอีกข้อหนึ่งที่สำคัญกว่าเรื่องสัญชาติสำหรับครอบครัวไทย-ญี่ปุ่น นั่นคือ ถ้าผู้ปกครองที่อยู่กับเด็กมีเพียงฝ่ายที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น ผู้ปกครองคนนั้นต้องมีความสามารถภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าคนญี่ปุ่น บทความนี้รวมกฎการรับเข้าเรียนตามเอกสารต้นทาง ค่าเทอมปี 2026 ที่โรงเรียนประกาศจริง และทางเลือกสำหรับเด็กที่ไม่เข้าเกณฑ์ ซึ่งในกรุงเทพฯ มีน้อยกว่าที่คิดมาก
โรงเรียนญี่ปุ่นในไทย: เทียบให้เห็นทั้งหมด
| ทางเลือก | คืออะไร | ระดับชั้น | ค่าใช้จ่ายที่ประกาศ | ใครสมัครได้ |
|---|---|---|---|---|
| โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น (กรุงเทพฯ) | โรงเรียนญี่ปุ่นเต็มเวลา สอนตามหลักสูตรญี่ปุ่นด้วยภาษาญี่ปุ่น อยู่ในรายชื่อรับรองของกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น | ประถม 1 – มัธยม 3 (ไม่มีมัธยมปลาย) ประถม 1,534 คน + มัธยม 428 คน = 1,962 คน (เม.ย. 2026) | แรกเข้า 160,000 บาท · ค่าเล่าเรียน 146,000 บาท/ปี · ปีแรกรวม 306,000 บาท | ต้องมีสัญชาติญี่ปุ่น (สองสัญชาติได้) + เงื่อนไขภาษาของผู้ปกครอง |
| โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น ศรีราชา | เหมือนกันทุกอย่าง ตารางค่าเล่าเรียนฉบับเดียวกัน | ประถม 313 + มัธยม 86 = 399 คน (เม.ย. 2026) | เท่ากับกรุงเทพฯ ทุกรายการ | เท่ากับกรุงเทพฯ |
| โรงเรียนวันเสาร์ (補習授業校) ในกรุงเทพฯ/ศรีราชา | — | — | — | ไม่มี |
| โรงเรียนวันเสาร์ภูเก็ต | เรียนภาษาญี่ปุ่นและคณิตศาสตร์ เสาร์ 09:30–12:00 และมีแผนกออนไลน์ | วัยเรียน | 3,800 บาท/เทอม (ราว 11,400 บาท/ปี) | “ไม่จำกัดสัญชาติ” — ประตูเดียวในไทยที่เปิดกว้าง |
| โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็ก (OJSAT, Modulo) | เรียนภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาต่างประเทศ เรียนต่อเนื่องตลอดปี | 3–11 ปี / 6–12 ปี | ไม่ประกาศราคา | ทุกสัญชาติ |
| TOMODACHI JAPAN | โรงเรียนออนไลน์ ห้องละ 8 คน มีครูประจำชั้น จัดกลุ่มตามระดับจริงไม่ใช่ตามชั้นปี | 5–18 ปี | ส่งให้ในเอกสารแนะนำโรงเรียน | ทุกสัญชาติ ไม่มีสอบเข้า |

กำลังมองหาวิธีให้ลูกได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นต่อจากต่างประเทศอยู่ไหม
TOMODACHI JAPAN คือ โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์ สำหรับเด็กที่เติบโตนอกประเทศญี่ปุ่น ได้คุยกับเพื่อนวัยเดียวกันที่อยู่ในญี่ปุ่นทุกวัน สอนโดยครูที่สอนจริงในโรงเรียนญี่ปุ่น ในชั้นเรียนเล็กเพียง 8 คน
🎁 เมื่อลงทะเบียน เราจะส่ง คู่มือโรงเรียน (ไฟล์ PDF ภาษาอังกฤษ) ให้ทันทีโดยอัตโนมัติ พร้อมแจ้งค่าเล่าเรียน ทุนการศึกษา และกำหนดการเปิดเรียนให้คุณก่อนใคร
ฟรี · ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที
ข้อแรกที่ต้องอ่าน: เงื่อนไขสัญชาติ
โรงเรียนตอบคำถามนี้ไว้เองในหน้าคำถามที่พบบ่อย ประโยคคือ “เด็กที่ถือเพียงสัญชาติไทยเท่านั้น ทางโรงเรียนไม่สามารถรับเข้าเรียนได้”
อ่านให้ครบทั้งประโยค เพราะสิ่งที่ประโยคนี้ ไม่ได้ พูดก็สำคัญพอกัน โรงเรียนไม่ได้ปฏิเสธเด็กลูกครึ่ง เด็กที่ถือสองสัญชาติ (ไทยและญี่ปุ่น) สมัครได้ตามปกติ มีงานวิจัยทางวิชาการปี 2022 ที่อ้างการสำรวจปี 2019 ระบุว่า ราว 14% ของนักเรียนในโรงเรียนญี่ปุ่นในไทยมาจากครอบครัวไทย-ญี่ปุ่น (เราอ้างต่อจากงานวิจัย เพราะแหล่งต้นทางเดิมเข้าไม่ได้แล้ว) ตัวเลขนี้ขัดกับความเชื่อที่ว่า “รับเฉพาะนักเรียนญี่ปุ่นเท่านั้น” อย่างชัดเจน — แต่เด็กกลุ่มนั้นถือสัญชาติญี่ปุ่นหรือสองสัญชาติ
มีข้อยกเว้นสำหรับเด็กที่ “เทียบเท่าสัญชาติญี่ปุ่น” อยู่ในระเบียบด้วย แต่ในทางปฏิบัติโรงเรียนใช้กับเด็กที่ ย้ายมาจากโรงเรียนในญี่ปุ่นและจะกลับไปเรียนต่อในญี่ปุ่น ซึ่งโดยโครงสร้างแล้วไม่ตรงกับครอบครัวไทยที่อาศัยอยู่ในไทยถาวร เราจึงไม่แนะนำให้วางแผนโดยหวังกับข้อนี้
ข้อที่สอง ซึ่งสำคัญกว่าสำหรับครอบครัวไทย-ญี่ปุ่น
ระเบียบการเข้าเรียน ข้อ 3 (6) เขียนไว้ว่า ในกรณีที่ผู้ปกครองซึ่งพำนักอยู่กับนักเรียนมีเพียงผู้ปกครองที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่น ผู้ปกครองคนนั้นต้องมีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่าคนญี่ปุ่น
นี่คือข้อที่ทำให้ครอบครัวจำนวนมากไม่ผ่าน ทั้งที่ตัวเด็กพร้อมทุกอย่าง ลองนึกภาพกรณีที่พบบ่อยที่สุด: พ่อคนญี่ปุ่นถูกย้ายกลับไปทำงานที่ญี่ปุ่นหรือประเทศที่สาม แม่คนไทยอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ ต่อ ในสายตาของระเบียบนี้ ครอบครัวนั้นไม่ผ่านข้อ 3 (6) ทันที เว้นแต่แม่จะอ่านเขียนภาษาญี่ปุ่นได้ระดับเจ้าของภาษา
สำหรับครอบครัวสมรสข้ามชาติ โรงเรียนมีการสัมภาษณ์ก่อนสมัคร ซึ่งตรวจสามเรื่อง และเรื่องที่สามคือ “ความสามารถภาษาญี่ปุ่นของผู้ปกครองที่ถือสัญชาติต่างชาติ — อ่านเอกสารที่โรงเรียนแจกได้หรือไม่” ถ้าข้อนี้ไม่ผ่าน เงื่อนไขสำรองที่โรงเรียนกำหนดคือต้องมี ผู้ปกครองคนญี่ปุ่นพำนักอยู่ด้วย
เราไม่ได้เขียนเรื่องนี้เพื่อวิจารณ์โรงเรียน โรงเรียนสอนด้วยภาษาญี่ปุ่นตามหลักสูตรญี่ปุ่นให้เด็กเกือบสองพันคนที่ส่วนใหญ่จะกลับเข้าห้องเรียนในญี่ปุ่น ระบบทั้งระบบ — การบ้าน จดหมายถึงผู้ปกครอง การประชุม — เดินด้วยภาษาญี่ปุ่น ถ้าที่บ้านไม่มีใครอ่านออก ระบบก็ทำงานไม่ได้จริง ๆ แต่สิ่งที่ควรรู้คือ เกณฑ์ที่ตัดสินไม่ใช่ความสามารถของลูกคุณ แต่เป็นภาษาของผู้ใหญ่ในบ้าน และไม่มีบทความภาษาไทยหน้าไหนบอกเรื่องนี้

ค่าเทอมปี 2026 ตามที่โรงเรียนประกาศ
| รายการ | จำนวนเงิน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าแรกเข้า | 160,000 บาท | ครั้งเดียว ทั้งกรุงเทพฯ และศรีราชา |
| ค่าเล่าเรียน เทอม 1 | 58,400 บาท | รวม 146,000 บาท/ปี · รวมหนังสือเรียนแล้ว |
| ค่าเล่าเรียน เทอม 2 | 58,400 บาท | |
| ค่าเล่าเรียน เทอม 3 | 29,200 บาท | |
| สมาคมผู้ปกครอง | 720 บาท/ปี | |
| รถรับส่ง | ประมาณ 20,000–30,000 บาท/เทอม | จ่ายกับบริษัทมนตรีโดยตรง โรงเรียนแจ้งว่าตอบคำถามเรื่องรถไม่ได้ |
| รวมปีแรก | 306,000 บาท | ยังไม่รวมค่ารถ |
ระหว่างตรวจสอบ เราพบตัวเลขที่ผิดสองชุดซึ่งกำลังหมุนเวียนอยู่บนอินเทอร์เน็ต และทั้งสองชุดอาจทำให้วางแผนพลาด
- “ค่าแรกเข้าศรีราชา 60,000 บาท” — ผิด และผิดถึง 2.67 เท่า ตัวเลข 60,000 บาทมีจริง แต่มันคือค่าแรกเข้า อัตราลด สำหรับเด็กที่จบประถมของโรงเรียนเองแล้วขึ้นมัธยมของโรงเรียนเดียวกัน ไม่ใช่ค่าแรกเข้าสำหรับผู้สมัครใหม่ ค่าแรกเข้าจริงของศรีราชาคือ 160,000 บาท เท่ากับกรุงเทพฯ
- “ศรีราชามีนักเรียนประถม 420 คน มัธยม 500 คน” — ผิด ประกาศของโรงเรียนเดือนเมษายน 2026 คือประถม 313 คน มัธยม 86 คน รวม 399 คน บล็อกที่ให้ตัวเลขนั้นเขียนไว้ตั้งแต่ปี 2020 น่าสนใจว่า ตัวเลขค่าเทอมในบล็อกปี 2020 ตรงกับปี 2026 ทุกบาท — แปลว่าค่าเล่าเรียนนี้ไม่ได้ขึ้นเลยมาอย่างน้อยหกปี ซึ่งเป็นข้อมูลที่ดีสำหรับการวางแผนระยะยาว
เรื่องที่คนไม่พูดถึง: ตอนนี้ไทยไม่มีมัธยมปลายที่เรียนด้วยภาษาญี่ปุ่นแล้ว
ทั้งกรุงเทพฯ และศรีราชาเปิดถึง มัธยม 3 เท่านั้น คำถามถัดไปจึงเป็น “แล้วมัธยมปลายล่ะ” ซึ่งเมื่อก่อนมีคำตอบ
โรงเรียนมัธยมปลายสายญี่ปุ่นแห่งเดียวในไทย คือแผนกมัธยมปลายโจซุยกังกรุงเทพ ซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นในปี 2012 และรับปีละราว 30 คน ได้หยุดรับนักเรียนตั้งแต่ปี 2022 และปิดตัวลง โดเมนของโรงเรียนไม่ทำงานแล้ว และในรายชื่อสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นรับรอง ปัจจุบัน ประเทศไทยเหลือเพียงโรงเรียนญี่ปุ่นสองแห่งเท่านั้น ไม่มีสถานศึกษาเอกชนในต่างประเทศเหลืออยู่
ผลก็คือ แม้เด็กจะผ่านทั้งด่านสัญชาติและด่านภาษา เส้นทางการศึกษาภาษาญี่ปุ่นในไทยก็ จบลงที่อายุ 15 ปี ทางเลือกหลังจากนั้นคือกลับไปญี่ปุ่น ย้ายเข้าโรงเรียนนานาชาติ หรือเข้าโรงเรียนไทย และหาวิธีรักษาภาษาญี่ปุ่นเอง
ที่ต้องเตือนคือ บทความภาษาไทยและญี่ปุ่นในหน้าแรกจำนวนหนึ่งยังแนะนำโจซุยกังเป็นทางเลือกอยู่ ถ้าคุณกำลังวางแผนถึงมัธยมปลายจากข้อมูลเหล่านั้น แผนนั้นอ้างอิงโรงเรียนที่ไม่รับนักเรียนแล้ว นี่เป็นเหตุผลที่ควรเริ่มคิดเรื่องนี้ตั้งแต่ประถมปลาย ไม่ใช่ตอนมัธยม 3

ถ้าลูกไม่เข้าเกณฑ์ เหลืออะไรบ้างจริง ๆ
เราไล่ดูทีละแห่ง และผลลัพธ์แคบกว่าที่คาดไว้มาก
- โรงเรียนวันเสาร์ (補習授業校) ในกรุงเทพฯ และศรีราชา: ไม่มี เมืองใหญ่อื่นในเอเชียอย่างสิงคโปร์ ปีนัง หรือโฮจิมินห์มีทั้งนั้น กรุงเทพฯ ไม่มี
- ภูเก็ตมี และเป็นประตูเดียวในไทยที่ไม่ดูสัญชาติ โรงเรียนวันเสาร์ภูเก็ตระบุเองว่า “ให้โอกาสการเรียนรู้โดยไม่จำกัดสัญชาติ” เรียนเสาร์ 09:30–12:00 ค่าเรียน 3,800 บาทต่อเทอม และมีแผนกออนไลน์สำหรับผู้ที่อยู่นอกภูเก็ต ถ้าคุณอยู่ภูเก็ตหรือใกล้เคียง นี่คือคำตอบที่ตรงที่สุด
- โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่รับเด็กจริงและเรียนต่อเนื่องทั้งปีในกรุงเทพฯ เหลือสามที่ — OJSAT ซึ่งมีชั้นเรียนครบตามช่วงวัย (3–5, 6–8, 9–11 ปี), Modulo (6–12 ปี) และคอร์สออนไลน์ตัวต่อตัวของ Jeducation (3–12 ปี) โดย สองที่แรกไม่ประกาศราคา มีเพียง Jeducation ที่ประกาศ คือ 3,600–4,950 บาทต่อ 10 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
- ที่เหลือไม่ใช่สำหรับเด็ก วาเซดะและ ส.ส.ท. จัดเฉพาะค่ายช่วงปิดเทอม (ส.ส.ท. ไม่ได้ประกาศค่ายใหม่ตั้งแต่ปี 2022) ส่วนเจแปนฟาวน์เดชั่นกรุงเทพฯ, We Japanese และซากุระ เป็นหลักสูตรผู้ใหญ่และเตรียมสอบวัดระดับ
- โรงเรียนสายญี่ปุ่นที่รับทุกสัญชาติ อย่าง KITAMURA HOUSE ที่ลาดกระบัง (สอนไทย-อังกฤษ-ญี่ปุ่น ตั้งแต่เนอสเซอรีถึงประถม) มีอยู่จริง แต่ ไม่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น และไม่ประกาศค่าเล่าเรียนรายปี ส่วนสายสองภาษาญี่ปุ่นของ Kids’ Academy รับเฉพาะระดับอนุบาล
อีกทางที่พ่อแม่ไทยมักนึกถึงคือ “ให้ลูกเรียนภาษาญี่ปุ่นในโรงเรียนไทย” ซึ่งมีจริงและมีขนาดใหญ่มาก ไทยมีผู้เรียนภาษาญี่ปุ่น 194,366 คน เป็นอันดับ 5 ของโลก โดย ราว 81% อยู่ในระดับมัธยมศึกษา กระจายอยู่ใน 475 สถานศึกษาของรัฐ แต่ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่านั่นคือ ภาษาต่างประเทศที่สอง ไม่ใช่การเรียนวิชาต่าง ๆ ด้วย ภาษาญี่ปุ่น เพดานที่เป็นจริงคือระดับ N4–N3 ซึ่งดีสำหรับการเข้ามหาวิทยาลัย แต่ไม่ใช่การรักษาภาษาแม่ของเด็กลูกครึ่ง
ทำไมค้นแล้วไม่เจอคำตอบ
เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของคุณ หน้าแรกของ Google สำหรับคำว่า “โรงเรียนญี่ปุ่นในไทย” มีปัญหาเชิงโครงสร้าง
- 7 ใน 10 ผลลัพธ์เป็นโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น ไม่ใช่โรงเรียนญี่ปุ่น คำค้นนี้กำกวมในภาษาไทย และไม่มีหน้าไหนอธิบายความต่างให้
- ผลลัพธ์อันดับหนึ่งภาษาไทยระบุข้อมูลผิด วิกิพีเดียภาษาไทยเขียนว่าโรงเรียน “เปิดรับนักเรียนเข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–3” ซึ่งตัดแผนกประถมที่มีนักเรียน 1,534 คนหายไปทั้งแผนก — และนั่นคือสิ่งที่คนค้นคำว่า “ประถม” ต้องการรู้พอดี แหล่งอ้างอิงเดียวของหน้านั้นเป็นข้อมูลที่สืบค้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2013
- ไม่มีหน้าไหนตอบคำถามเรื่องสัญชาติ ทั้งที่โรงเรียนเขียนคำตอบไว้ในหน้าคำถามที่พบบ่อยของตัวเอง
เลือกอย่างไร: สามคำถาม
1. ลูกจะกลับไปเรียนในห้องเรียนญี่ปุ่นหรือไม่ ถ้าใช่และเร็ว ๆ นี้ ภาษาญี่ปุ่นระดับชั้นปีคือทั้งหมดของงาน และโรงเรียนญี่ปุ่นเต็มเวลาคือทางที่ตรงที่สุด — ถ้าเข้าเกณฑ์ แต่ถ้าครอบครัวจะอยู่ไทยต่อไป เป้าหมายคนละเรื่องกัน คือทำให้ลูกยังใช้ภาษาญี่ปุ่นได้อย่างมีความสุขตอนอายุสิบแปด ซึ่งเป็นงานที่ยาวกว่าและใจเย็นกว่า
2. ที่บ้านมีใครอ่านเอกสารภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง คำถามนี้ไม่โรแมนติกแต่ตัดสินได้จริง เพราะเป็นเกณฑ์ที่โรงเรียนใช้จริง ถ้าคำตอบคือไม่มี ทางเลือกที่เดินด้วยภาษาไทยหรืออังกฤษได้จะยั่งยืนกว่ามาก
3. ลูกพูดภาษาญี่ปุ่น “กับใคร” ข้อนี้พ่อแม่ประเมินต่ำที่สุด ความสามารถสร้างในห้องเรียน แต่มีชีวิตอยู่ได้ด้วยมิตรภาพ เด็กที่มีคู่สนทนาภาษาญี่ปุ่นเพียงพ่อหรือแม่คนเดียว มักไปต่อได้ถึงราวประถม 4–5 แล้วค่อย ๆ เงียบลง ไม่ใช่เพราะลืม แต่เพราะสิ่งที่พูดได้เริ่มไม่ทันสิ่งที่คิด
ทางเลือกออนไลน์ และเวลาที่ลงตัวพอดีสำหรับไทย
ไทยเป็น UTC+7 ญี่ปุ่นเป็น UTC+9 และทั้งสองประเทศไม่มีการปรับเวลาตามฤดูกาล ดังนั้น ไทยช้ากว่าญี่ปุ่น 2 ชั่วโมงตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นช่องว่างที่ดีอย่างน่าประหลาด เพราะคาบเรียนตอนค่ำของญี่ปุ่นมาตกที่ช่วงเย็นก่อนอาหารของไทยพอดี
| เวลาญี่ปุ่น | เวลาไทย | ที่บ้านคือช่วงไหน |
|---|---|---|
| 19:00 | 17:00 | เลิกเรียนพอดี |
| 20:00 | 18:00 | ก่อนอาหารเย็น |
| 21:00 | 19:00 | หลังอาหารเย็น |
| เสาร์ 11:30 | เสาร์ 09:30 | ตรงกับโรงเรียนวันเสาร์ภูเก็ต — ให้เลือกวันธรรมดาแทน |
TOMODACHI JAPAN เป็นโรงเรียนออนไลน์สำหรับเด็กที่มีรากญี่ปุ่น เปิดเรียนเดือนธันวาคม 2026 มีสามอย่างที่ต่างจากการเรียนตัวต่อตัว
- ได้เพื่อน ไม่ใช่แค่ได้เรียน ห้องละ 8 คน มีครูประจำชั้น และมีเด็กญี่ปุ่นวัยเดียวกันอยู่ในห้องด้วย นี่คือสิ่งที่การเรียนตัวต่อตัวให้ไม่ได้ และเป็นเหตุผลที่เด็กเรียนต่อได้นาน
- ครูระดับมาตรฐานโรงเรียนญี่ปุ่นปัจจุบัน ไม่ใช่อาสาสมัครสอนสนทนา ซึ่งสำคัญเมื่อเป้าหมายคือวิชาภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ
- จัดกลุ่มตามระดับจริง ไม่ใช่ตามชั้นปี และไม่มีสอบเข้า ไม่มีเงื่อนไขสัญชาติ ไม่ต้องมีผู้ปกครองที่อ่านภาษาญี่ปุ่นได้ ข้อนี้ตอบสองด่านที่เขียนไว้ข้างบนโดยตรง
พูดอย่างเป็นธรรม ถ้าลูกของคุณมีภาษาญี่ปุ่นระดับชั้นปีและกำลังจะกลับญี่ปุ่นปีหน้า โรงเรียนญี่ปุ่นเต็มเวลาให้ได้มากกว่าเรา และถ้าคุณอยู่ภูเก็ต โรงเรียนวันเสาร์ที่ 3,800 บาทต่อเทอมเป็นข้อเสนอที่ดีมาก เราสร้างขึ้นเพื่อครอบครัวที่ประเทศไทยยังไม่มีคำตอบให้ ซึ่งหลังจากอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงเห็นแล้วว่ามีอยู่ไม่น้อย

คำถามที่พ่อแม่ถามบ่อย
ลูกถือสัญชาติไทยอย่างเดียว เข้าโรงเรียนญี่ปุ่นได้ไหม
ไม่ได้ โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่นระบุในหน้าคำถามที่พบบ่อยของตัวเองว่า เด็กที่ถือสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียวไม่สามารถรับเข้าเรียนได้ ส่วนเด็กสองสัญชาติสมัครได้
ค่าเทอมโรงเรียนญี่ปุ่นในไทยเท่าไร
ค่าแรกเข้า 160,000 บาทครั้งเดียว ค่าเล่าเรียน 146,000 บาทต่อปี (58,400 + 58,400 + 29,200) รวมหนังสือเรียนแล้ว ค่าสมาคมผู้ปกครอง 720 บาทต่อปี รวมปีแรกประมาณ 306,000 บาท ค่ารถรับส่งจ่ายกับบริษัทเดินรถโดยตรง ราว 20,000–30,000 บาทต่อเทอม กรุงเทพฯ และศรีราชาใช้อัตราเดียวกัน
มีระดับประถมไหม หรือรับแค่มัธยม
มีทั้งประถมและมัธยมต้น ที่กรุงเทพฯ มีนักเรียนประถม 1,534 คนและมัธยม 428 คน (เมษายน 2026) ข้อมูลที่บอกว่ารับเฉพาะมัธยม 1–3 นั้นไม่ถูกต้อง แต่ไม่มีมัธยมปลาย ทั้งสองวิทยาเขต
จบมัธยม 3 แล้วเรียนต่อที่ไหนด้วยภาษาญี่ปุ่นในไทย
ปัจจุบันไม่มี โรงเรียนมัธยมปลายสายญี่ปุ่นแห่งเดียวในไทยหยุดรับนักเรียนตั้งแต่ปี 2022 และปิดตัวไปแล้ว ทางเลือกคือกลับญี่ปุ่น เข้าโรงเรียนนานาชาติหรือโรงเรียนไทย และรักษาภาษาญี่ปุ่นด้วยวิธีอื่น ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่ประถมปลาย
มีโรงเรียนวันเสาร์ในกรุงเทพฯ ไหม
ไม่มี ในไทยมีที่ภูเก็ตแห่งเดียว เรียนเสาร์ 09:30–12:00 ค่าเรียน 3,800 บาทต่อเทอม และรับโดยไม่จำกัดสัญชาติ พร้อมมีแผนกออนไลน์สำหรับผู้ที่อยู่นอกภูเก็ต
อ่านต่อ: โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็ก เทียบ 4 แบบ พร้อมราคา · ที่เรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กในกรุงเทพฯ

