อยากให้ลูกได้เรียนภาษาญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ แต่พอลองค้นหา “เรียนภาษาญี่ปุ่น เด็ก กรุงเทพ” กลับเจอแต่บทความแนะนำโรงเรียนทีละแห่ง แทบไม่มีข้อมูลที่เอาทุกตัวเลือกมาวางเทียบกันให้เห็นชัด ๆ เลย ไม่ว่าคุณจะเป็นครอบครัวไทย-ญี่ปุ่นที่อยากให้ลูกครึ่งรักษาภาษาญี่ปุ่นของคุณพ่อคุณแม่ไว้ หรือครอบครัวไทยที่ลูกหลงรักอนิเมะจนอยากพูดภาษาญี่ปุ่นให้ได้ บทความนี้รวบรวมโรงเรียนและคอร์สภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กที่เรียนได้จริงจากกรุงเทพฯ มาให้ครบ 7 แห่ง โดยแบ่งเป็น สายวิชาการ (โคคุโกะแบบญี่ปุ่น) / สายสนทนา-ภาษาที่สืบทอดในครอบครัว / สายออนไลน์ ราคาลงเฉพาะที่เปิดเผยเป็นทางการ ที่ไม่เปิดเผยเราเขียนตรง ๆ ว่า “สอบถามราคา”
สรุปให้ก่อนเลย — ถ้าลูกเรียนโรงเรียนญี่ปุ่นและต้องการเสริมวิชาการ ให้ดูโรงเรียนกวดวิชาญี่ปุ่น (Sanaru, TIME ฯลฯ) ถ้าลูกเรียนอินเตอร์หรือเป็นลูกครึ่งที่อยากเก่ง “อ่าน-เขียน” ให้ดูห้องเรียนโคคุโกะออนไลน์แบบตัวต่อตัว (ห้องเรียนโคคุโกะ-ซันซู) และ ถ้าอยากให้ลูก “พูดได้จริง” และมีเพื่อนที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน ตัวเลือกคือชมรมของสมาคมญี่ปุ่น หรือโรงเรียนออนไลน์ที่เชื่อมลูกกับเด็กวัยเดียวกันที่ญี่ปุ่น มาดูทีละแห่งกันค่ะ
ตารางเปรียบเทียบที่เรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กในกรุงเทพฯ
| โรงเรียน / คอร์ส | ประเภท | รูปแบบ | อายุ | ค่าเรียนโดยประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|---|
| ชมรมภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กสองภาษา (สมาคมญี่ปุ่น) | สนทนา・ภาษาในครอบครัว | เสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ที่หอสมาคมญี่ปุ่น | 3 ขวบขึ้นไป | ไม่เปิดเผย (ต้องเป็นสมาชิกสมาคมญี่ปุ่น) | ครอบครัวไทย-ญี่ปุ่น อยากให้ลูกซึมซับภาษาผ่านกิจกรรม |
| ห้องเรียนโคคุโกะ-ซันซู กรุงเทพฯ | วิชาการ (ตัวต่อตัว) | ออนไลน์ 1:1 หรือ 1:2 | อนุบาล-ประถม | เดือนละ 4 ครั้ง 3,980-4,500 บาท | เด็กอินเตอร์・ลูกครึ่งที่อยากเก่งอ่าน-เขียน |
| Sanaru (ซานารุ) สาขากรุงเทพฯ | วิชาการ (กวดวิชา) | ไปเรียนที่พร้อมพงษ์・มีรถรับส่ง | ประถม-ม.ต้น | สอบถามราคา | เด็กโรงเรียนญี่ปุ่น เสริมวิชาการ・สอบเข้า |
| TIME (ไทมุ) | วิชาการ (กวดวิชา) | ไปเรียนที่โรงเรียน | อนุบาลปีสุดท้าย-ม.ปลาย | สอบถามราคา | ปูพื้นฐานวิชาการเพื่อการสอบ |
| RED สาขาพร้อมพงษ์ | วิชาการ (เรียนรู้ด้วยตนเอง) | ไปเรียน・ระบบ AI + โค้ช | ป.4-ม.3 | สอบถามราคา (ที่ญี่ปุ่นเริ่ม 4,450 เยน/เดือน) | เด็กที่ชอบเรียนตามจังหวะของตัวเอง |
| ena แผนกนานาชาติ | วิชาการ (สอบเข้า) | ออนไลน์ | เด็กเตรียมสอบเข้า ม.ต้น/ม.ปลาย | สอบถามราคา | เตรียมสอบเข้าโรงเรียนที่ญี่ปุ่น |
| Modulo คอร์สภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็ก | สนทนา (เรียนแบบภาษาต่างประเทศ) | ไปเรียน + ออนไลน์ | 6 ขวบขึ้นไป | สอบถามราคา | เด็กไทย/เด็กที่ถนัดภาษาไทย เริ่มจากศูนย์ |
| TOMODACHI JAPAN (โทโมดาจิ จาปัน) | สนทนา・หาเพื่อนคนญี่ปุ่น | ออนไลน์กลุ่มเล็ก เรียนได้ทุกวันไม่จำกัด | 5-18 ปี | เดือนละ 21,483 เยน (ประมาณ 4,700 บาท) | อยากให้ลูกพูดเก่งขึ้นด้วยการคุยกับเพื่อนวัยเดียวกันที่ญี่ปุ่น |
หมายเหตุ: ครอบครัวที่ลูกเรียนอยู่ที่โรงเรียนสมาคมไทย-ญี่ปุ่น (โรงเรียนญี่ปุ่นกรุงเทพฯ) จะมีสภาพแวดล้อมภาษาญี่ปุ่นอยู่ในโรงเรียนเต็มรูปแบบอยู่แล้ว บทความนี้จึงเน้นที่คำถามว่า เด็กที่เรียนโรงเรียนอินเตอร์หรือโรงเรียนไทย จะรักษาและพัฒนาภาษาญี่ปุ่นได้อย่างไร เป็นหลักค่ะ
รีวิวตรงไปตรงมา ทีละแห่ง
1. ชมรมภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กสองภาษา — คอมมูนิตี้คลาสสิกของครอบครัวไทย-ญี่ปุ่น
ชมรมของสมาคมญี่ปุ่นแห่งประเทศไทย สืบทอดมาจาก “ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กกรุงเทพฯ” ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1996 จัดกิจกรรมทุกเช้าวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน ที่หอสมาคมญี่ปุ่นย่านสาทร แบ่งกลุ่มตามช่วงวัยตั้งแต่เด็กเล็กถึงประถมปลาย จุดเด่นคือไม่ได้นั่งเรียนตามตำรา แต่ให้เด็ก “เกิดภาษา” ผ่านการเล่นและกิจกรรมตามเทศกาลญี่ปุ่น โดยมีผู้ปกครองช่วยกันดำเนินงาน — เครือข่ายพ่อแม่ครอบครัวไทย-ญี่ปุ่นที่ได้จากที่นี่คือคุณค่าที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ข้อจำกัดที่ต้องพูดตรง ๆ คือความถี่เดือนละ 2 ครั้ง ครั้งละ 90 นาที ซึ่งในแง่ “ปริมาณภาษาญี่ปุ่น” ยังไม่มากพอ แนวทางที่เวิร์กจริงคือใช้ที่นี่สร้างเพื่อนและรากฐาน แล้วเติมปริมาณภาษาในชีวิตประจำวันด้วยช่องทางอื่นควบคู่กัน การเข้าร่วมต้องสมัครสมาชิกสมาคมญี่ปุ่นก่อน เว็บไซต์ทางการ

2. ห้องเรียนโคคุโกะ-ซันซู กรุงเทพฯ — ตัวจริงเรื่อง “อ่าน-เขียน” แบบตัวต่อตัว
ห้องเรียนวิชาภาษาญี่ปุ่น (โคคุโกะ) ออนไลน์แบบตัวต่อตัว ที่ประกาศชัดว่าเน้น “พัฒนาภาษาญี่ปุ่นของเด็กลูกครึ่ง” และ “เด็กโรงเรียนอินเตอร์” สอนครั้งละ 45 นาทีโดยครูประจำคนเดิม เน้น 3 เสาหลัก: อ่านออกเสียง・อ่านจับใจความ・คันจิ ราคาเปิดเผยตรงไปตรงมา แบบ 1:1 เดือนละ 4 ครั้ง 4,500 บาท แบบ 1:2 อยู่ที่ 3,980 บาท ถือว่าย่อมเยาสำหรับบริการสไตล์ญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ และครูส่วนใหญ่มีประสบการณ์เป็นครูประจำชั้นโรงเรียนประถมที่ญี่ปุ่นมาก่อน จึงวางใจเรื่องคุณภาพได้ จุดอ่อนเดียวคือด้วยความเป็นตัวต่อตัว ที่นี่คือ “เวลาเรียนกับครู” ไม่ใช่สนามที่ลูกได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นกับเด็กวัยเดียวกัน เก่งอ่าน-เขียนแน่นอน แต่ “ปริมาณการพูด” ต้องหาที่เติมเพิ่มค่ะ เว็บไซต์ทางการ
3. Sanaru สาขากรุงเทพฯ — กวดวิชาญี่ปุ่นเจ้าใหญ่ย่านพร้อมพงษ์
โรงเรียนกวดวิชาเครือใหญ่จากญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่สุขุมวิท ซอย 39 (พร้อมพงษ์) มีนักเรียนราว 200 คน และมีรถรับส่ง นอกจากคลาสเตรียมสอบเข้า ม.ต้นแล้ว ยังมีคอร์ส “ภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็กโรงเรียนอินเตอร์” โดยเฉพาะ จึงไม่ได้รับแค่เด็กโรงเรียนญี่ปุ่นเท่านั้น การสอนอ่านจับใจความและการเขียนเรียงความจัดว่าเข้มข้นแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ ๆ ราคาไม่เปิดเผย ต้องสอบถามโดยตรง สิ่งที่ครอบครัวต้องชั่งใจตามจริงคือการรับส่งช่วงเย็นวันธรรมดาหรือวันเสาร์ ท่ามกลางรถติดของกรุงเทพฯ ว่าจะไหวในระยะยาวหรือไม่ เว็บไซต์ทางการ
4. TIME — โรงเรียนกวดวิชาเก๋ากว่า 20 ปีในกรุงเทพฯ
โรงเรียนกวดวิชาญี่ปุ่นเก่าแก่ที่รับตั้งแต่เด็กอนุบาลปีสุดท้ายจนถึง ม.ปลาย ชั้นประถมมีคลาสคณิตศาสตร์และภาษาญี่ปุ่นแบ่งตามระดับตั้งแต่ ป.4 ขึ้นไป แกนหลักคือการปูพื้นฐานวิชาการเพื่อการสอบเข้า ม.ปลาย ประสบการณ์ที่ดูแลเด็กญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ มายาวนานคือจุดแข็ง ราคาไม่เปิดเผย หากเป้าหมายคือวิชาการ แนะนำให้ขอข้อมูลเทียบกับ Sanaru ควบคู่กัน เว็บไซต์ทางการ
5. RED สาขาพร้อมพงษ์ / 6. ena แผนกนานาชาติ — สายเฉพาะทาง
RED เป็นระบบเรียนรู้ด้วยตนเองที่ใช้สื่อการสอน AI ผสมการโค้ช มีห้องเรียนอยู่ที่ตึก Bio House ย่านพร้อมพงษ์ (รับ ป.4-ม.3) ที่ญี่ปุ่นราคาเริ่มเดือนละ 4,450 เยน แต่สาขาต่างประเทศราคาต่างออกไป ต้องสอบถามโดยตรง ส่วน ena แผนกนานาชาติ คือโรงเรียนกวดวิชาออนไลน์เฉพาะทางสำหรับเด็กญี่ปุ่นในต่างประเทศที่จะกลับไปสอบเข้า ม.ต้น/ม.ปลายที่ญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และศรีราชา ทั้งสองแห่งเป็นเครื่องมือชั้นดีสำหรับ “วิชาการและการสอบ” แต่ไม่ใช่สถานที่ที่ลูกจะได้เพื่อนคุยภาษาญี่ปุ่นด้วยกันนะคะ เว็บไซต์ RED / เว็บไซต์ ena แผนกนานาชาติ
7. Modulo คอร์สภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็ก — เริ่มจากศูนย์แบบ “ภาษาต่างประเทศ”
คอร์สภาษาญี่ปุ่นสำหรับเด็ก (6 ขวบขึ้นไป) ของสถาบันสอนภาษา Modulo ออกแบบมาให้เรียนภาษาญี่ปุ่นในฐานะภาษาต่างประเทศ ผ่านโฟนิกส์และการเล่น เหมาะมากสำหรับเด็กที่ถนัดภาษาไทยเต็มตัวและภาษาญี่ปุ่นแทบเป็นศูนย์ — เช่น เด็กไทยที่อยากเริ่มเพราะชอบอนิเมะ หรือลูกครึ่งที่ยังไม่เคยใช้ภาษาญี่ปุ่นที่บ้าน — เพราะเข้าถึงง่ายกว่าหลักสูตรโคคุโกะแบบเด็กญี่ปุ่นเรียนกันมาก มีทั้งแบบไปเรียนที่สถาบันและออนไลน์ ราคาเป็นระบบใบเสนอราคา ไม่เปิดเผยตัวเลข ในทางกลับกัน เด็กที่ใช้ภาษาญี่ปุ่นในบ้านได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว อาจรู้สึกว่าจังหวะการเรียนช้าไปหน่อยค่ะ เว็บไซต์ทางการ
วิธีเลือก — เริ่มจาก “ลูกเราเป็นเด็กแบบไหน”
คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ “ที่ไหนดีที่สุด” แต่คือ ลูกเรียนโรงเรียนแบบไหน และภาษาญี่ปุ่นของลูกตอนนี้อยู่ตรงไหน ลองใช้เกณฑ์นี้ดูค่ะ

- เด็กโรงเรียนญี่ปุ่น: ปริมาณภาษาญี่ปุ่นเพียงพออยู่แล้ว ถ้าเป้าหมายคือวิชาการหรือสอบเข้า ให้ดู Sanaru, TIME, RED
- เด็กโรงเรียนอินเตอร์: ภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนจะหายไปเกือบหมด อ่าน-เขียนให้เสริมด้วยห้องเรียนโคคุโกะ-ซันซูหรือคอร์สอินเตอร์ของโรงเรียนกวดวิชา ส่วนปริมาณการพูดและเพื่อน ให้เติมด้วยออนไลน์ที่เชื่อมกับเด็กวัยเดียวกันที่ญี่ปุ่น
- เด็กลูกครึ่งที่เรียนโรงเรียนไทยหรืออินเตอร์ (ครอบครัวไทย-ญี่ปุ่น): สิ่งแรกคือทำให้ลูกรู้สึกว่า “ใช้ภาษาญี่ปุ่นแล้วสนุก” — สร้างเพื่อนที่ชมรม บวกกับหาสนามพูดที่ใช้ได้ทุกวัน ส่วนอ่าน-เขียนค่อยตามมาทีหลังก็ยังทันค่ะ
และไม่ว่าลูกจะเป็นแบบไหน โจทย์จริงที่ทุกบ้านเจอเหมือนกันคือ “จะเรียนต่อเนื่องได้ไหม” — การรับส่งฝ่ารถติดกรุงเทพฯ ตารางวันเสาร์ที่ชนกับกิจกรรมอื่น และที่สำคัญที่สุด ลูกอยากไปเองหรือเปล่า บ้านไหนที่เคยผ่านประสบการณ์ “เรียนพิเศษสัปดาห์ละครั้งแล้วเลิกกลางคัน” ยิ่งควรมองหารูปแบบที่ไม่ต้องรับส่ง และลูกอยากเข้าเรียนเองค่ะ
ทางเลือกออนไลน์ — เก่งขึ้นด้วยการคุยกับ “เพื่อนที่ญี่ปุ่น”
อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นภาพชัดว่า กรุงเทพฯ มี “ที่ให้เรียน” ภาษาญี่ปุ่นเยอะ แต่ที่ที่ลูกจะได้ “คู่สนทนา” ตัวจริงกลับมีน้อยมาก ช่องว่างตรงนี้คือสิ่งที่ TOMODACHI JAPAN โรงเรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์สำหรับเด็ก (เปิดเรียนธันวาคม 2026) ตั้งใจเข้ามาเติมเต็มค่ะ
- คู่สนทนาคือเด็กวัยเดียวกันที่อาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นจริง ๆ: ลูกจะได้คุยกลุ่มเล็กกับเด็ก ๆ จากโรงเรียนพี่น้อง NIJIN Academy (นักเรียนกว่า 800 คน) ได้ทุกวัน เด็กจะเรียนต่อเนื่องไม่ใช่เพราะ “ต้องเรียน” แต่เพราะ “อยากคุยกับเพื่อน”
- เวลาต่างกันแค่ 2 ชั่วโมง: คลาสช่วงเย็นของญี่ปุ่นตรงกับบ่าย 3 ถึง 5 โมงเย็นของไทย ลูกเลิกเรียนกลับถึงบ้านก็เข้าเรียนต่อได้เลย ไม่ต้องฝ่ารถติด ไม่ต้องมีใครขับรถรับส่ง
- ออกแบบเพื่อเด็กโดยเฉพาะ・เรียนได้ไม่จำกัด: แบ่งห้องตามระดับการพูด เด็กที่ยังไม่มั่นใจหรือพูดไม่เก่งก็เริ่มได้สบายใจ เดือนละ 21,483 เยน (ประมาณ 4,700 บาท) เรียนได้ทุกวันไม่จำกัดจำนวนครั้ง ยิ่งเข้าเรียนบ่อย ค่าเรียนต่อครั้งยิ่งถูกลง

TOMODACHI JAPAN ไม่ได้มาแข่งกับโรงเรียนกวดวิชาหรือห้องเรียนโคคุโกะ แต่เป็นส่วนเติมเต็มกันและกัน — สูตรที่ได้ผลที่สุดคือ “อ่าน-เขียนฝากไว้กับห้องเรียน ส่วนปริมาณการพูดและเพื่อน ฝากไว้กับออนไลน์” ค่ะ

คำถามที่พบบ่อยจากคุณพ่อคุณแม่ในกรุงเทพฯ
ลูกถนัดภาษาไทย พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ค่อยได้ เริ่มเรียนได้ไหม?
เริ่มได้แน่นอนค่ะ ถ้าภาษาญี่ปุ่นแทบเป็นศูนย์ คอร์สแบบภาษาต่างประเทศอย่าง Modulo จะเข้าง่ายที่สุด ส่วนเด็กที่ฟังเข้าใจแต่อายไม่กล้าพูด เหมาะกับที่ที่แบ่งห้องตามระดับการพูดอย่าง TOMODACHI JAPAN สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าเริ่มจากแบบฝึกหัดคันจิยาก ๆ จนลูกฝังใจว่า “ภาษาญี่ปุ่น = ความทรมาน” นะคะ
ควรเรียนห้องเรียนกับออนไลน์ควบคู่กันไหม?
ควรค่ะ เพราะเป้าหมายต่างกัน การเรียนควบคู่จึงได้ผลที่สุด — อ่าน-เขียน (วิชาโคคุโกะ) ค่อย ๆ สะสมที่ห้องเรียนหรือคลาสตัวต่อตัว ส่วนปริมาณการพูดและ “เหตุผลที่อยากใช้ภาษาญี่ปุ่น (เพื่อน)” เติมด้วยออนไลน์ทุกวัน แบ่งหน้าที่กันชัดเจนแบบนี้ค่ะ
ค่าเรียนโดยเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่?
เท่าที่มีการเปิดเผยราคา ห้องเรียนโคคุโกะออนไลน์แบบตัวต่อตัวอยู่ที่ประมาณ 3,980-4,500 บาทต่อเดือน (4 ครั้ง) โรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่ไม่เปิดเผยราคาและขึ้นกับจำนวนวิชา ส่วน TOMODACHI JAPAN อยู่ที่เดือนละ 21,483 เยน (ประมาณ 4,700 บาท) แต่เข้าเรียนได้ทุกวันไม่จำกัด ลองเทียบในมุม “เรียนพิเศษสัปดาห์ละครั้ง” กับ “ที่ที่ลูกไปได้ทุกวัน” ดูนะคะ
ถ้าครอบครัวต้องย้ายบ้านหรือย้ายประเทศ จะเรียนต่อได้ไหม?
แบบไปเรียนที่โรงเรียนจะถูกรีเซ็ตทุกครั้งที่ย้ายที่อยู่ แต่แบบออนไลน์ ไม่ว่าจะย้ายไปจังหวัดไหนหรือประเทศไหน ลูกก็ได้เรียนกับเพื่อนกลุ่มเดิมต่อเนื่อง ครอบครัวที่มีโอกาสโยกย้ายบ่อย ยิ่งควรมี “พื้นที่ภาษาญี่ปุ่นที่ไม่ขาดตอนไม่ว่าอยู่ที่ไหน” ไว้สักหนึ่งที่ค่ะ
หลังเลิกเรียนที่กรุงเทพฯ ให้ลูกมีเพื่อนที่ญี่ปุ่น
TOMODACHI JAPAN จะเปิดเรียนในเดือนธันวาคม 2026 ลงทะเบียนล่วงหน้าวันนี้ เพื่อรับข่าวการเปิดเรียนและคำเชิญเข้าร่วมคลาสทดลองก่อนใคร

